Thursday, February 21, 2008

collectionใหม่ของเราเอง วะเหอๆ

เสื้อผ้าสวยง่า อยากช้อปปิ้งทำไงดี ได้แต่มองแล้วเอามานั่งวาด 555 ถ้าหาผ้ามาตัดได้ หาแบบแพทเทินมาตัดได้ ก็จะตัดเองอยู่แหละ ถ้ามีเวลาด้วย อิอิ บังเอิญว่าหาผ้าได้ แล้วมีแบบถูกใจ และมีเวลานิดหน่อย.. เลยได้เสื้อมาตัวนึง วู้วๆ เอาไว้ใส่ตอนหน้าร้อน อยากไปทะเลขึ้นมากทันทีทันได ถึงแม้ว่ามันจะออกมาเด็กหญิงมากก็ตามที ติดใจแล้ว แอบอยากตัดเสื้อต่อ สนุกดี หิหิ ไม่เป็นอันทำอะไรเลย

ซีซั่นนี้สีน้ำเงินกำลังอินนะคะ

อันนี้เป็นแบบเสื้อที่จะตัดในวิชาตัดเสื้อ บังเอิญไปได้ผ้าผืนนึงน่ารัก สีขาวลายดอกเล็กๆสีดำ ทีแรกว่าจะเอาไว้ทำปลอกหมอน แต่บังเอิญเจอแบบถูกใจ เลยเอามาตัดเสื้อใส่แทน คุ้มกว่าเป็นไหนๆ แต่ก็นั่งทำสองวันครึ่งเชียว กะเจ้าเสื้อตัวนี้เนี่ย
ออกมาเป็นยังงี้นะคะ เรียบมากๆเลย เหมือนเสื้อเด็ก ^^" แต่คิดว่าไม่ใส่กุ๊นที่คอสีดำนะดีแล้ว ไม่งั้นจะยิ่งเด็กใหญ่เลย ไม่รู้เหมือนกัน


วันนี้หลังเลิกเรียนภาษา เพื่อนก็ชวนไปกินข้าวฟรี เพราะมีคนรู้จักทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ก็เลยไปกันๆ เป็นร้านเล็กๆ เพื่อนของเพื่อนที่ทำงานที่ร้านน่ารักดี ใจดีเลี้ยงอาหารเรา เลยได้กินเกี๊ยวห่อชีสราดซอสกะแยม มันฝรั่งทอดแบบอร่อยๆ แล้วก็ผักอบอะไรสักอย่าง บรรยายไม่ถูกแต่ว่าอร่อย แหะๆ แต่สุดท้ายเราก็จ่ายค่าน้ำให้เค้าไปคนละ2ยูโร ซึ่งสำหรับค่าอาหารทั้งหมดถือว่าคุ้มสุดๆ น่ารักจัง อยากมีคนรู้จักแบบนี้มั่งจัง 555

อ้อ มีคนแนะนำให้ไปดูงานคนนี้ Theo Jansen ในyoutube
http://www.youtube.com/watch?v=FMqftVhOuTw&feature=related
ลองไปดูละกันนะ แนะนำๆ เพี้ยนมากเลย

อยากตัดเสื้อต่อจัง ยืนยันคำเดิม
จุ๊บๆ
2 20 08

Sunday, February 17, 2008

ARCO08 ศิลปะเค้าซื้อเค้าขาย แล้วเราอยู่ตรงไหนหนอ?

กลับมาแล้วค่าจากMadrid ไปหนนี้ทัวร์ศิลปะขาลาก ผู้คนออกปากว่าไม่ไหวแล้ว มากกว่านี้เห็นที่จะไม่รอด art madrid/ARCO/Thyssen-Bornemisza/Prado/Reina Sofia ศิลปะเต็มหัว ย่อยไม่ทัน จะไม่ทันเอาไปใช้ตอนเปิดเรียน หิหิ

มาดริดสองวันแรกอากาศอึมทึม หวนให้นึกถึงบรรยากาศในลอนดอน อะไรกันนี่มันสเปนหรอกหรือ ต่างจากบาซ่าลิบลับ ทำไมท้องฟ้าเป็นสีเทาได้เช่นนี้ ไม่น่าเชื่อว่าอากาศทึมๆจะทำให้เพื่อนร่วมทางของเราเกิดอากาศซึมๆ พลอยให้เรางึมๆไปได้เช่นกัน ดังนั้นสองวันแรกในมาดริดจึงหมดไปกับการเดินดูงานศิลปะด้วยอารมณ์มึนๆ แต่วันสุดท้ายนี้ตื่นมาแล้วมีแดดท้องฟ้าสดใส เปลี่ยนความรู้สึกให้กับเมืองได้มากมาย เลยเดินเล่นได้อย่างสบายแล้วก็เข้าพิพิธภัณฑ์ไปสามที่ได้เช่นกัน แต่แปลกดีนะ ตั้งแต่มาอยู่บาเซโลน่า แล้วติดใจความรู้สึกชิวๆสบายๆ พอเข้าเมืองใหญ่แบบมาดริด แล้วเกิดอาการเซ็งอย่างบอกไม่ถูก มันไม่ปลื้มนะ!

ARCO คืออะไร ทำไมจึงน่าจับตามอง
ชื่อเต็มๆว่า the Madrid International Contemporary Art Fair
แล้วมันจะเหมือนเทศกาลหนังสือปะเนี่ย??

ARCOเป็นเทศกาลศิลปะที่จัดขึ้นทุกปีที่มาดริด โดยปีนี้เชิญแกลเลอรี่ที่มียอดขายดีทั่วสเปนและต่างชาติรวม295แห่ง มาเปิดโชว์รูมแสดงงานศิลปะ เพื่อ ขาย ขาย ขาย เท่าที่เห็นแกลเลอรี่ส่วนใหญ่จากต่างชาติมาจากเยอรมัน นิวยอร์ก แล้วก็บราซิลซึ่งปีนี้เป็นแขกรับเชิญพิเศษ นอกนั้นก็มีเดนมาร์ก จีน และคงอื่นๆอีกมากมาย เปิดงานสู่สาธารณะวันแรกผู้คนล้นหลาม ภายในนอกจากจะมีนักเรียนศิลปะตาดำๆมาดูงานอย่างเราแล้ว ก็มีนายหน้า นักธุรกิจ ตัวแทนจากแกลเลอรี่ มิวเซียมมากมาย แอบให้อารมณ์เหมือนงานแสดงรถ เค้าคงค้าขายได้มากมายจากงานนี้ ยกตัวอย่างว่างานชิ้นนึงที่เพื่อนบอกว่าหน้าตาเหมือนภาพแต่งบ้านสุดๆ (มีแค่เส้นเขียวๆเหลืองๆเป็นแถบๆ)แล้วเสนอราคาที่ 50,000e แล้วทั้งสามhallใหญ่ๆที่เห็น อยากรู้ว่าเมื่อแสดงงานเสร็จเม็ดเงินที่ได้จากงานจริงๆแล้วมันจะขนาดไหน เค้าขาย"ศิลปะ"กันได้จริงๆแฮะ! อ้อ แต่ถึงยังไงเค้าก็คงเก็บค่าเข้าได้มากมายอยู่ ค่าตั๋วนักเรียน 21e ตั๋วคนทั่วไป 32e ตั๋วบวกแคตตาลอกรู้สึกจะ 45e คนทั่วไป64e ได้ข่าวว่างานนี้สปอนเซอร์โดยบริษัทรถยนต์นะคะ ^-^

เดินอยู่ในงานตั้งแต่บ่ายสองถึงสามทุ่ม มึนคะ ไม่รู้จะเล่าตรงไหนก่อนดี แปลกนะ ปกติเวลาไปดูงานศิลปะ เราในฐานะนักเรียนศิลปะก็ดูในเชิงการศึกษา ดูงานมาสเตอร์ในมิวเซียม ดูงานใหม่ๆตามวันเปิดงาน ดูว่าเค้าไปกันถึงไหน วันนี้เค้าทำอะไรกัน เราเป็นนักเรียนก็นั่งมองตาปริบๆ เค้าทำงานกันยังไง เยี่ยมเลย น่าสนใจ เทคนิกน่าเอามาใช้ ประเด็นดี แต่ดูไม่รู้เรื่อง ดูเสร็จแล้วกิน กินแล้วกลับบ้าน ไปนั่งคิดต่อว่าเราจะทำงานอะไรดี หืมมมมมมม คิดๆๆๆๆๆ ศิลปะ เฮ้อ ง่วงหลับดีกว่าzzz...

แล้ววันนี้สิ่งที่เห็นมันคือตลาดศิลปะ ตลาดที่เค้าค้าขายกันได้จริง(รึเปล่า)มันไม่ใช่งานเทศกาลศิลปะแบบที่รู้จัก ไม่ใช่venice biennale/documenta ซึ่งไม่ต้องพูดถึงกัน อันนั้นเรายิ่งไม่รู้เข้าไปใหญ่ว่ามันทำงานกันยังไง เค้าขายกันรึเปล่า งานเนี่ย ถ้าขายแล้วเอาไปไว้ไหน ใครซื้อ ใครได้ตังค์ แล้วตังค์ที่พูดถึงนี่มันคือตัวเลขขนาดไหน เพราะคิดดูว่างานที่ทำแล้วไม่ได้ตังค์ (คนจัด)เค้าจะจัดมั๊ย เค้าจะใจดีจัดให้เพราะมันเป็น"งานศิลปะ"หรอ ?? แล้วมันจะต่างกับเทศกาลภาพยนตร์ยังไงนึกออกมั๊ย เราก็ชอบทั้งคู่อะนะ เทศกาลหนังสือก็ชอบเหอะ ไม่ได้อยากพูดให้เสียความรู้สึกเกี่ยวกับงานศิลปะ แต่งานก็คืองาน ถึงรักแค่ไหน ถ้าทำงานแล้วไม่มีเงินใช้ก็อยู่ไม่ได้ใช่มั๊ย เราไม่เคยรู้ความเป็นไปในโลกศิลปะ เพราะงานที่เห็นก็เห็นแต่จากในหนังสือ เราเป็นได้แต่ผู้เฝ้าดูอยู่ห่างๆ ถึงฝันว่าอยากเป็นได้ยังงั้นบ้าง ก็รู้อยู่แค่ว่าวันนี้ต้องทำงาน แล้วเมื่อมีงานก็จะหาหนทางต่อไปได้เอง ไม่ว่าจะไปทางไหนก็ตาม จริงมั๊ยคะทุกคน? ดังนั้นก็ไม่ต้องไปสนใจมากกับเรื่องไกลตัว เพราะคิดไปก็ไม่ช่วยอะไร แต่รู้ไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะสิ่งที่เห็นเมื่อวานมันบอกว่า เออ.. เค้าขายศิลปะกันได้นะคะ
มันแปลกดีนะ หรือเรารู้สึกไปเอง ว่าเวลาบอกว่าขายงานศิลปะแล้วมันฟังดูแปลกๆ สงสัยเราจะไปไม่รอด5555 เพราะงานเดี๋ยวนี้ที่เราเห็นมันก็เป็นงานเชิงperformance/vdo art/installation ใช่มั๊ย พวกนั้นเราถือว่าเราดูงานเอาเป็นความรู้ ดูความเคลื่อนไหวของผู้คน แต่งานรวมๆเท่าที่เราเห็นในarcoมันเป็นงานนี้เค้าเน้นเอาไว้ขาย แน่นอนล่ะ แต่มันคือคำว่า"ศิลปะ"เหมือนกันใช่มั๊ย นั่นแหละ ในฐานะผู้ทำถ้าจะให้อยู่รอดมันก็คงจะอยู่ในสองทางนี้ รึเปล่า คิดยังไงก็บอกกันมั่งเนอะ พูดเองสับสนเอง.. อ้อ กลับเข้าเรื่อง พูดถึงแต่ตัวงานดีกว่า งานส่วนใหญ่ที่เห็นก็น่าสนใจดี มีตั้งแต่ชิ้นเล็กๆแบบที่เราเห็นแล้วปลื้มสุดๆ ไปจนถึงงานชิ้นใหญ่ๆที่เห็นแล้วคิดว่าเค้าจะหอบกันมาได้ยังไง หิหิ (คนทำงานก็มานั่งคิดถึงงานตัวเองว่า เวร แล้วจบปีจะหอบงานกลับบ้านกันยังไงเนี่ย ให้ทิ้งไว้เสียดายแย่ แต่คงขายไม่ออกอยู่ดี หรือไม่ก็ขายไม่ลง 555ชีวิตขำๆที่อยู่ๆไปแล้วจะขำไม่ออก)figurativeยังมีอยู่มากมาย ทั้งเพ้นท์ติง รูปถ่าย ประติมากรรม งานคอลลาจรูปถ่าย งานผ้า งานที่เราเห็นเราถูกใจแต่ก็เสียใจที่มีคนทำไปแล้ว เอางี้ดีกว่า มาดูรูปที่เราถ่ายมาดีกว่า จะเห็นภาพกว่ากันมากมาย แต่เนื่องจากว่าเราถ่าย ก็จะเห็นแต่งานที่เราว่าน่าสนใจอะนะ นะจ้ะๆ







































แถมด้วยรูปวิวจากหน้าตากที่พัก


อ้อ แล้วหลังจากดูงานมากมายผ่านตัวเลือกของเราแล้ว มาดูงานเล็กๆที่เราเพิ่งทำเสร็จไปดีกว่า ความจริงก็คล้ายๆกันเนอะ





...
ขอติดค้างชื่องานกะชื่อศิลปินไว้ก่อน ถ้าขยันเมื่อไหร่ เฮือกก จะมีเขียนให้ไว้เป็นความรู้นะจ้ะ จุ๊บๆ
2 17 08

Monday, February 11, 2008

พรุ่งนี้ส่งงานอีกรอบแล้วเน้อ!

เฮ้อ ไม่อยากจะบอกเลยว่ายังทำงานไม่เสร็จ (ตามเคย ไม่น่าแปลกใจหรอกเนอะ) ไม่ถึงนาทีสุดท้ายเราไม่ทำหรอก งานเนี่ย ความจริงคือตอนนี้ขี้เกียจมาก คือเพิ่งกินข้าวเสร็จ อิ่มเหอะ นั่งทำงานไม่ลง เลยมานั่งเล่นเน็ตแทน แล้วมันจะดีมั๊ย? อย่างน้อยก็ได้ขีดๆเขียนๆอะไรให้ฟังกันมั่งนะเนอะ

กลับมาจากLeonเมื่อเช้านี่คะตอน8โมง นั่งรถมาตั่งแต่เมื่อคืนสามทุ่ม นั่งทรหดมาก ยังกะกรุงเทพ-เชียงใหม่ ดีนะที่เบาะข้างๆว่างเลยได้นอนสบาย เมื่อเช้าพอกลับถึงบ้านก็รีบอาบน้ำกินข้าวไปเรียนต่อเลย ปรากฎว่าไปถึงโรงเรียนเช้ากว่าปกติ5นาที เพราะปกติตื่นทันเวลาพอดิบพอดีทุกทีไป ^ ^" ที่Leon อากาศยังหนาวอยู่ เพราะอยู่ทางตอนเหนือของเสปน เมืองที่นั่นน่ารักดีแต่เค้าชิวกว่าที่บาเซโลน่า ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเซียสต้าที่เรารักนัก ร้านรวงก็ปิดตามคาดหมาย แล้วมันจะดีมั๊ย ไปเมืองอื่นทีไรเห็นแต่ร้านค้าปิดหน้าต่างปิดประตูทุกทีสิเรา สเปนมันเป็นประเทศร้างหรืออะไรของมัน ฮึ่ยๆๆๆ แต่ที่นั่นมีโบสถ์สวยซึ่งก็หน้าตาเหมือนโบสถ์โกธิคอื่นๆร่วมสมัยกัน กับมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยชื่อ MUSAC เป็นของใหม่เพิ่งเกิดได้ไม่เกิน5ปี ที่สเปนนี่มีพิพิธภัณฑ์เล็ๆน้อยๆแบบนี้งอกขึ้นมาหลายที่นะ งอกงามขึ้นแบบเมืองละแห่ง พอให้นักท่องเที่ยวมีที่เที่ยว"ทันสมัย"ไม่อายใคร แต่ที่นี่มิวเซียมมันน่ารักอ่ะ อาจจะเคยเห็นกันบ้างแล้วในหนังสือarchitect ตึกมันเป็นกระจกสีๆเหมือนของเล่นเลย น่ารักมาก แล้วโชคดีที่งานแสดงตอนนี้มันดูmake senseบ้าง อย่างน้อยก็มีงานที่เราชอบบ้าง และเข้าฟรี จะเขียนถึงรายละเอียดนิทรรศการให้ฟังกันอีกทีนะ แต่มีงานนึงเค้าติดโคมไฟหลายอันมากให้ห้อง แล้วโคมไฟแต่ก็อันก็คุมโดยคอมพิวเตอร์ที่แปลรหัสมอสจากประโยคต่างๆเป็นสัญญาณไฟกระพริบๆ ดังนั้นโคมไปแต่ละอันก็จะกระพริบไม่พร้อมกัน เหอะ ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าไอเดียนี้มาได้ไง แต่ก็ชอบ เหอๆๆๆๆ ความจริงแล้วนิทรรศการชุดนี้ ซึ่งมีอยู่4อัน น่าสนใจ และที่ชอบคือตรงที่ภาพรวมของมันเป็นงานที่สะอาด บวกกับสเปซในห้องแสดงกว้างขวาง สรุปว่าชอบตัวพิพิธภัณฑ์

beauty is in the eyes of the beholder...

อย่างไรก็ตาม คืนวันเสาร์เค้าพาไปกินข้าวในร้านอาหารที่แต่ก่อนเคยเป็นถ้ำแล้วต่อมาเค้าก็ใช้บ่มไวน์ สถานที่น่าจะอายุสัก400ปีได้ ข้างในก็เป็นถ้ำหินสูงๆโค้งๆ แล้วแต่ก็ห้องๆก็จะมีเพดานสูงมากเหมือนปล่องไฟทะลุขึ้นไปด้านบนเอาไว้ให้ไวน์ระบายอากาศ ถ้ำนี้คือถำจริงๆเพราะอยู่ใต้เนินเขาเล็กๆ อาหารก็โอเค ละไว้ในฐานที่เข้าใจ

โห รูปมากมาย เริ่มละนะ...
โบสถ์เก่าแบบโรมัน น่าจะสร้างราวศตวรรษที่11-12?? ข้างๆมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของเมือง มีหนังสือโบราณที่คัดลอกด้วยมือเพียบ


อารามเก่าเดิมเป็นที่อยู่ของพระ ตอนนี้บูรณะทำเป็นโรงแรม

copyหนังสือโบราณเอวไว้โชว์
ผ้าปักของเก่าแขวนอยู่ในล็อบบี้โรงแรม

มาแล้วๆ มิวแซกที่รักๆๆ

ที่แสดงงานข้างในเป็นโถง4ห้อง แต่มีชั้นเดียว
ป้ายงานที่แสดงอยู่
ตึกโรงละครมั๊งนะ เท่มาก
ส่วนนี่ทีแรกนึกว่าเป็นวัด ที่ไหนได้ โรมแรมหรูหรา
อ่ะ นี่ๆจะเล่าเรื่องเปิ่นให้ฟัง พอกลางวันเราก็เข้าร้านอาหารไปหาอะไรกินใช่มั๊ย แล้วก็สั่งชาเย็นมาที่นึง แล้วคนขายเค้าก็ถามว่าจะเอาเห็ดๆนี่มั๊ย เราก็มองหน้าเค้าแล้วบอกว่าไม่ ก็ไม่ได้สั่งนี่นา แต่เอมานั่งนึกดู เฮ้ย ปกติที่สเปนถ้าสั่งเครื่องดื่มเค้าต้องให้ของกินเล่นฟรีที่นึงที่เรียกว่าtapasน่ะนะ เราก็เลยถามเค้าอีกว่ามันฟรีใช่มั๊ย แล้วสุดท้ายก็เลยได้มาครอบครอง หิหิ มันน่าขายหน้ามากมาย(งกๆ) ก็แหม ควรจะรู้อยู่ แต่มันชินนี่นาในบาเซโลน่าเค้าไม่มีธรรมเนียมนี้นะ ซึ่งมันน่าเสียดายจริงมั๊ย ไม่งั้นคงได้กินtapasฟรีมากมาย แต่ที่อื่นในสเปนเค้าก็ยังทำอยู่นะ คิดว่าในมาดริดเค้าก็ยังให้อยู่ ยกเว้นแต่บาซ่าเท่านั้นแหละ ไม่งั้นคนขายขาดทุนแย่ เหอๆๆๆๆ
วิหารของLeon

เดินอ้อมรอบนึงเพราะไม่มีอะไรทำ กำแพงอิฐในย่านเมืองเก่า
ตึกแถวน่ารักๆ
อาร์คในอารามเก่า
แม่น้ำกลางเมือง มีทางเดินสบายๆเรียบแม่น้ำ
สุดท้ายแล้ว ตึกนี้แปลกดี อยู่ๆเดินผ่านเลยถ่ายมาฝากให้ดูกันนะจ้ะ
เห็นแดดแรงยังงี้ กลางคืน2องศานะคะ หนาวไม่รู้ตัวเลยแหละ!

นั่นแหละคะ leonวันนี้ ก็รู้จักเท่านี้แหละ แฮะๆ

2 11 08