เพื่อนจ๋า...ชั้นคิดว่าแกรู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่าอะไรดี อะไรเหมาะ และอะไรที่เป็นตัวแกอย่าลังเลที่จะทำผลของการกระทำจะเป็นตัวบอกเองว่าสิ่งที่ทำไป"เวิร์กหรือไม่เวิร์ก"และไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรสิ่งที่จะได้แน่นอนก็คือ"การเรียนรู้และประสบการณ์"ระยะทางเก็บเกี่ยวอันยาวนานมีค่ามากกว่าการได้เข้าเส้นชัยอีกนะว่ามั๊ย?เดินอย่างมั่นใจนะไปเลย!ชั้นรู้(อย่างไม่มีข้อสงสัย)ว่าแกทำได้แล้วเจอกันที่เส้นชัยหรือไม่ก็จุดแวะพักระหว่างทางแฮ่...เดินทางอยู่เหมือนกัน^^เป็นกะลังใจให้น้า
โอ้!ลืมไป ขอพูดอย่างผู้ชมงานนะ เราว่าเทคนิควิธีการน่ะ ไม่มีปัญหาหรอกถ้าแกคิดว่ามันสื่อสิ่งที่แกคิดได้ดีที่สุดแล้ว แต่ด้วยเทคนิคมันอาจจะส่งผลไปถึงขนาดที่จำกัด ทำได้แต่งานชิ้นเล็กเพราะต้องใช้เวลา ทีนี้เราว่าแกต้องถามตัวเองแล้วล่ะว่าขนาดมีความสำคัญกับงานแกแค่ใหน?ถ้าชิ้นมันเล็กแล้วแสดงออกได้เต็มเปี่ยม ทรงพลัง!แล้วมันจะใหญ่ไปทำไมเล่าจ๊ะ? แกไม่ได้ขี้เกียจหรอก..... ส่วนชิ้นนี้เราก็ว่ามันมีอารมณ์อยู่นะมันสื่อได้ใน"ระดับหนึ่ง"ถึง ความเหงา ความอบอุ่น และอดีต(เราว่างั้นนะ) แต่แกจะเพิ่มความพิเศษให้กับมันได้ยังไงล่ะ? ด้วยเทคนิคธรรมดาที่มีมานานแล้ว และใครๆก็ทำได้ แกจะเพิ่มให้มันกลายเป็น"เทคนิคของชั้นที่ฃั้นทำได้คนเดียว" หรือ"ถ้าต่อไปใครทำเทคนิคนี้ก็ถือว่าเลียนแบบชั้นแล้วล่ะย่ะ!" ได้ยังไง.....น่าสนุกออก
โอ้ ... เพื่อนเก๋เธอตอบไปหมดแล้วอ่ะ(อย่างที่เพื่อนโน้ก็เรียบเรียงคำพูดแบบเธอไม่ได้)ว่าแต่ ชิ้นที่ทำนี่มันขนาดไหนล่ะหว่าที่ว่าเล็กๆ เนี่ย...หือแล้วก็ ไอ้วัสดุวิบวับๆ สีน้ำเงินนั่นมันคืออะหยังชั้นยากเห็นใกล้ๆ เสียจริงเชียวดูจากรูปนี่มันไม่ชัดเอาเสียเลยปล. แล้วถ้าโครงรูปนั้นไม่ใช่คนแต่เป็นสิ่งของอะไรบางอย่างที่หายไปจากที่ที่มันเคยอยู่อ่ะ...ลองเสนอดู ^__^(ต๊ายตาย การจากพรากจากอดีตของโปรดของดิฉันเลย)แล้วก็ขอให้ทำงานให้ทันเด้อ แม่สาวน้อย(เอ๊ะ ยังไง ภาษาไทยนี่มันพิลึกจริงๆ เป็นได้ทั้งแม่ และสาวน้อย ในเวลาเดียวกัน)ปล.2 ปล.อีกที วันนี้ไปดูหนัง enchated มา สนุกสนานบานตะไท ทั้งที่วันพุธจะสอบฮินดีอยู่รอมร่อ + ยังไม่ได้ข้อสรุปงานประติมากรรมชิ้นสุดท้ายเลย เหอๆๆ สงสัยเพื่อนเก๋จะโชนไฟไปคนเดียวก่อนซะล่ะนี่อิอิ
Post a Comment
3 comments:
เพื่อนจ๋า...
ชั้นคิดว่าแกรู้ดีแก่ใจอยู่แล้ว
ว่าอะไรดี อะไรเหมาะ และอะไรที่เป็นตัวแก
อย่าลังเลที่จะทำ
ผลของการกระทำจะเป็นตัวบอกเองว่าสิ่งที่ทำไป
"เวิร์กหรือไม่เวิร์ก"
และไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร
สิ่งที่จะได้แน่นอนก็คือ
"การเรียนรู้และประสบการณ์"
ระยะทางเก็บเกี่ยวอันยาวนานมีค่ามากกว่าการได้เข้าเส้นชัยอีกนะ
ว่ามั๊ย?
เดินอย่างมั่นใจนะ
ไปเลย!
ชั้นรู้(อย่างไม่มีข้อสงสัย)ว่าแกทำได้
แล้วเจอกันที่เส้นชัย
หรือไม่ก็จุดแวะพักระหว่างทาง
แฮ่...เดินทางอยู่เหมือนกัน^^
เป็นกะลังใจให้น้า
โอ้!ลืมไป ขอพูดอย่างผู้ชมงานนะ
เราว่าเทคนิควิธีการน่ะ ไม่มีปัญหาหรอกถ้าแกคิดว่ามันสื่อสิ่งที่แกคิดได้ดีที่สุดแล้ว แต่ด้วยเทคนิคมันอาจจะส่งผลไปถึงขนาดที่จำกัด ทำได้แต่งานชิ้นเล็กเพราะต้องใช้เวลา
ทีนี้เราว่าแกต้องถามตัวเองแล้วล่ะว่าขนาดมีความสำคัญกับงานแกแค่ใหน?ถ้าชิ้นมันเล็กแล้วแสดงออกได้เต็มเปี่ยม ทรงพลัง!แล้วมันจะใหญ่ไปทำไมเล่าจ๊ะ?
แกไม่ได้ขี้เกียจหรอก.....
ส่วนชิ้นนี้เราก็ว่ามันมีอารมณ์อยู่นะมันสื่อได้ใน"ระดับหนึ่ง"ถึง ความเหงา ความอบอุ่น และอดีต(เราว่างั้นนะ) แต่แกจะเพิ่มความพิเศษให้กับมันได้ยังไงล่ะ? ด้วยเทคนิคธรรมดาที่มีมานานแล้ว และใครๆก็ทำได้ แกจะเพิ่มให้มันกลายเป็น"เทคนิคของชั้นที่ฃั้นทำได้คนเดียว" หรือ"ถ้าต่อไปใครทำเทคนิคนี้ก็ถือว่าเลียนแบบชั้นแล้วล่ะย่ะ!" ได้ยังไง.....
น่าสนุกออก
โอ้ ...
เพื่อนเก๋เธอตอบไปหมดแล้วอ่ะ
(อย่างที่เพื่อนโน้ก็เรียบเรียงคำพูดแบบเธอไม่ได้)
ว่าแต่
ชิ้นที่ทำนี่มันขนาดไหนล่ะหว่า
ที่ว่าเล็กๆ เนี่ย...หือ
แล้วก็ ไอ้วัสดุวิบวับๆ สีน้ำเงินนั่นมันคืออะหยัง
ชั้นยากเห็นใกล้ๆ เสียจริงเชียว
ดูจากรูปนี่มันไม่ชัดเอาเสียเลย
ปล. แล้วถ้าโครงรูปนั้นไม่ใช่คน
แต่เป็นสิ่งของอะไรบางอย่างที่หายไปจากที่ที่มันเคยอยู่อ่ะ...ลองเสนอดู ^__^
(ต๊ายตาย การจากพรากจากอดีต
ของโปรดของดิฉันเลย)
แล้วก็ขอให้ทำงานให้ทันเด้อ แม่สาวน้อย
(เอ๊ะ ยังไง ภาษาไทยนี่มันพิลึกจริงๆ
เป็นได้ทั้งแม่ และสาวน้อย ในเวลาเดียวกัน)
ปล.2 ปล.อีกที วันนี้ไปดูหนัง enchated มา สนุกสนานบานตะไท ทั้งที่วันพุธจะสอบฮินดีอยู่รอมร่อ + ยังไม่ได้ข้อสรุปงานประติมากรรมชิ้นสุดท้ายเลย เหอๆๆ สงสัยเพื่อนเก๋จะโชนไฟไปคนเดียวก่อนซะล่ะนี่
อิอิ
Post a Comment