Wednesday, October 31, 2007

halloween night and an ambitious to work!

ต่อๆๆๆ โอย การต้องออกจากโรงเรียนไปเรียนภาษาให้ทันห้าโมงเย็นนี่มันยากลำบากกว่าที่คิด เพราะต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่สี่โมงครึ่ง แต่รู้ตัวทีไรก็สี่โมงครึ่งแล้วทุกที เลยไม่เคยจะได้ไปทันเรียนห้าโมงตรงเลย old habit never changes!

วันนี้นั่งๆอยู่ก็นึกได้ว่าเอ๊ะ ทำงานดีกว่าแล้วก็ลองมองหารายชื่อร้านอาหารไทย ได้มาสามแห่ง Thai Garden,Thai Thai แล้วก็ Thai Sabai พอเลิกเรียนภาษาก็เลยลองแวะไปดู ที่แรกเป็นร้านใหญ่โตมากแต่คราวนี้ไปร้านที่สองก่อน เค้าเพิ่งรับคนไปเมื่อวาน ช้าไปหนึ่งวันเลยไปร้านที่สาม เจ้าของร้านเป็นคนไท เค้าให้ไปลองเสิร์ฟดู พรุ่งนี้ตอนเที่ยง แต่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดแบงค์ ไม่รู้คนจะเยอะรึเปล่า แต่ก็ลองดู ถ้าได้งานก็คงดี เพราะคงจะมีตังค์ไว้ใช้มากขึ้นนิดหน่อย อ้อ เจอคนไทยทำงานที่ร้านนั้นด้วย ชื่อ พี่อ้อม พรุ่งนี้จะมาเล่าให้ฟังว่าทำงานแล้วเป็นไงบ้าง

คืนนี้เป็น halloween night ที่นี่เค้าไม่ฉลองกันแบบที่อเมริกา แต่คนรุ่นๆก็แต่งตัวกันออกไปปาร์ตี้(อะไรก็ปาร์ตี้ ไม่มีโอกาสก็ปาร์ตี้ siempre siempre)เราไม่ได้ไปไหน แต่มิเชลเพื่อนคนอเมริกันที่บ้านเค้าก็แต่งตัวเป็นอินเดียนสาว พร้อมจะออกจากบ้านแล้ว แต่รอเวลาอยู่ แล้วตอนนี้อยู่ๆน้ำก็ไม่ไหลเสียด้วย ทั้งตึกเลย เหอๆๆๆๆ สงสัยจะไม่ได้อาบน้ำนะคืนนี้ เอ๊ะ แต่ปกติอาบด้วยเหรอ? หึหึหึหึ โอว จะจองตั๋วไปเที่ยวเยอรมันแล้วนะคะทุกคน!!

10 31 07

my presentation!!

hola todos!!
วันนี้presentเดี่ยวผลงานตัวเอง เตรียมรูปงานที่มีเป็นpowerpointแล้วก็โชว์คนทั้งห้อง เอางานเก่าๆงานเพ้นท์ งานผ้า ผู้คนชื่นชมบอกว่าไม่รู้มาก่อนเลยว่าชอบใช้สีเยอะ สนุกดี เพราะงานที่ทำที่นี่ที่ผ่านมาเป็นงานโครเชสีครีมเรียบๆมาก เสียดายที่มีงานstop motionมาโชว์แค่อันเดียว ที่เหลืออยู่ในคอมที่บ้านหมด ไม่งั้นคงจะสนุกดี ตอนนี้ก็จะเริ่มทำงานอีกสองชิ้น ชิ้นนึงเอาไว้แสดงงานนิทรรศการของเอดส์ อีกชิ้นเป็นงานเรียนยังไม่ได้คิด หิหิ


ผู้คนชอบงานที่เราถักเป็นcrochet drawingมาก จริงๆก็ไม่ค่อยมีอะไร แต่เอามาให้ดูๆกันนะจ้ะ


10 31 07

Sunday, October 28, 2007

พระจันทร์ดวงละสิบบาท กับ พายเป็ดใส่แอปเปิ้ล yum!

ตอนนี้ก็เข้าหน้าหนาวเต็มตัวแล้วคะ ปรับเวลาช้าลงหนึ่งชม กลายเป็นว่าเราห่างกัน6ชมแล้วนะคะ เมื่อวานตั้งใจว่าจะออกไปหาซื้อเสื้อหนาวไว้ใส่ แต่ก็กลายเป็นว่านั่งเล่นคอมอยู่ในบ้านทั้งวัน กว่าจะได้ออกไปก็ได้แค่เดินแถวบ้าน เพราะมันเย็นแล้ว ผู้คนออกมาเดินจับจ่ายซื้อของกันมากมาย เห็นได้ว่าตามท้องถนนเค้าก็เริ่มติดไฟประดับถนนที่มีรูปถุงช้อปปิ้งแล้ว แต่ยังไม่เปิดไฟ คงเตรียมไว้ใกล้เทศกาลจับจ่ายแล้วค่ะ ก็เลยได้แค่ซื้อถุงเท้านุ่มฟูเอาไว้ใส่นอนให้อุ่นๆ สักทุ่มกว่าๆเดินๆอยู่ก็เหลือบไปมองเห็นดวงไฟลูกกลมใหญ่ อยู่ในระดับสายตาไม่เกินสาบสิบองศาจากพื้นดิน เฮ้ย นั่นมันดวงจันทร์ ใหญ่ยังกะไข่เป็ด ดวงโตเบ่อเริ่มยิ่มแฉ่งอยู่เหนือกิ่งไม้ ถามคนที่บ้านเค้าบอกว่าวันนี้เป็นวันที่พระจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุด และเต็มดวงด้วย น่าแปลกมากๆเพราะหลังจากนั้นตอนเที่ยงคืน พระจันทร์เค้าก็กลับไปอยู่ตำแหน่งเดิมที่สูงๆเกินเอื้อมของเราตามเคย










ตอนกลางคืนน้ำกับCarolก็ออกไปทานอาหารเย็นกันเป็นครั้งแรก กับเพื่อนเค้าอีกคน ชื่อFrances เปลี่ยนที่กันหลายที่มาก ตอนแรกว่าจะไปร้านอาหารอิตาเลี่ยน แล้วก็เปลี่ยนว่าจะไปดูหนังโลกร้อนแทน แต่สุดท้ายก็มาจบที่ร้านอาหารเก๋ๆข้าง MACBA ร้านนี้เค้าเสิร์ฟไวน์ให้เราเป็นอย่างแรกมีมากมายให้เลือก เพราะมันคือเมนู!และก็มีแต่รายการอาหารแปลกๆ อาทิ เช่น ข้าวดำผัดชีส,ซุบครีมฟักทอง,ไก่อบซีอิ๊วกับน้ำผึ่งใส่ถั่วงอก(นี่มันอาหารบ้านเราชัดๆ!),สลัดตับบด และก็พายเป็ดแอปเปิลใส่ชีส กับซอสไวน์แดง อันหลังนี่เราสั่ง แล้วมันก็ก้ำกึ่งระหว่างของหวานกะของคาว แต่อร่อยดี และแปลกด้วย จิ้บๆๆๆๆ ส่วนของหวานก็มี ช็อคโกแลตหนานุ่มรสเข้มข้น และทีรามาสุหอมหวาน โหวๆๆๆๆ ส่วนราคานั่นไม่ขอประมาณ เพราะหลังจากมื้อนี้แล้วก็คงจะจนไปอีกหลายวัน!!!

...

10 28 07

Saturday, October 27, 2007

[ the room project ]

เพิ่งจะโชว์พื้นที่เล็กๆของตัวเองไป รู้สึกภูมิใจยังไงบอกไม่ถูก(ถึงแม้วันมันจะดูรกๆก็ตาม) คนไม่เคยอยู่หอมาก่อนอย่างเราไม่เคยจะต้องลุกขึ้นมาจัดการกับพื้นที่ว่างๆอย่างจริงจังมาก่อน การได้เริ่มหยิบจับอะไรใส่ลงไปให้ห้องของตัวเองก็เหมือนกับการเลือกซื้อเสื้อผ้ามาใส่ สุดท้ายมันก็เป็นบุคลิกของเรา(แบบรกๆ หือ!) ในทางกลับกันถ้าเราได้เข้าไปมองในห้องของคนอื่นล่ะ มันก็คงจะสนุกดีถ้าจะได้เดาว่าคนที่เค้าอาศัยอยู่ที่นี่เป็นใคร ทำงานอะไร มาจากไหน มีบุคลิกประมาณไหน คิดเล่นๆสนุกๆฟังดูเหมือนจะง่าย แต่ใครละจะได้มีโอกาสเข้านอกออกในไปเยี่ยมห้องชาวบ้านได้มากมาย?


Annette Merrild ศิลปินหญิงชาวเดนมาร์ก เธอเกิดไอเดียขึ้นมาว่า "ถ้าอยากรู้จักโลกใบนี้ขึ้นมา ก็ทำไมไม่เริ่มจากเพื่อนบ้านก่อนละ"("Do you want to get to know the world? Then start with your neighbor.")
ว่าแล้วเธอก็คว้ากล้องไปเคาะประตูเพื่อนบ้านที่แฟลตที่เธอเช่าอยู่ขอเข้าไปถ่ายรูปห้อง แล้วก็เกิดเป็นโปรเจค "ห้อง" ที่ยาวนานต่อเนื่องไปตั้ง5ปี! จากจุดนั้นMerrildก็เริ่มต้นเดินทางไปยังเมืองต่างๆ เช่น New York,Barcelona,Istanbul,Lyon,etc.เพื่อขอถ่ายรูปห้องนั่งเล่นในคอนโดหรือแฟลตที่มีลักษณะเป็นกล่องสีเหลี่ยมและมีหน้าต่างตรงกลางเหมือนกัน ซึ่งเธอบอกว่าเป็นความประทับใจที่ได้มาจากภาพเขียนสีน้ำมันของ David Hockney

ซึ่งกระบวนการติดต่อและถ่ายทำทั้งหมดนั้นเธอลุยเดี่ยว แต่ก็ทำให้เธอรู้จักผู้คนมากหน้าหลายตาจากทั่วโลกสมใจ บางห้องเธอเข้าไปเค้าก็ต้อนรับดีเอากาแฟ ขนม น้ำชามาเลี้ยง บางที่ก็เข้าไปถ่ายแชะเดียวแล้วก็ออกมาเลย แต่ที่ลำบากที่สุดกลับเป็นที่บ้านเกิดเธอเองที่โคเปนเฮเกน ซึ่งก็น่าแปลกใจอยู่ แต่สุดท้ายก็นำรูปถ่ายไปจัดแสดงในโบสถ์โดยมีโครงสร้างเป็นฐานโลหะดูคล้ายกับตึกโปร่งๆที่กำลังก่อสร้างอยู่ ยังมีห้องอีกตั้งหลายห้องที่ไม่ได้เข้าไปดูเนอะ..

แวะไปแอบดูห้องชาวบ้านได้จากเว็บไซต์
http://www.theroomproject.com/_site/index_en.html

กระเป๋าอีกแล้ว!

วันนี้เดินๆอยู่ก็สะดุดเจอกระเป๋าใบสวย หน้าตาละม้ายคล้ายกะใบที่มีอยู่เลย แต่อันนี้มีดอกไม้มหญ่เบ่อเริ่มตั้งหลายดอก นุ่มฟูน่ารัก ใบละยี่สิบเอง(เอง!) ดีนะที่สะพายแล้วไม่ถูกใจเพราะว่ามีปลายแหลมๆยื่นออกมาทั้งสองข้าง ไม่งั้นอดใจไม่ไหวแน่เลย อิอิ

let's get started!!


อยู่มาครบสองเดือนแล้ว ไวจริงๆเลย ยังไม่ทันทำอะไรเลย แล้วก็ยังต้องหาบ้านใหม่อีกด้วย ทำให้เป็นที่น่ารำคาญแก่ชีวิต เพราะทำให้อยู่ไม่เป็นสุข แต่นอกเหนือไปจากนั้นเราก็มีสตูดิโอสบายๆอยู่ที่โรงเรียน ซึ่งถ้าเริ่มลงมือทำงานเมื่อไหร่คงจะเป็นสุขใจเป็นแน่แท้ (เอ๊ะ แล้วนี่ยังไม่เริ่มลงมืออีกหรอ?) เมื่อวานถือว่าโชคดีมากๆเพราะเดินๆอยู่ก็เจอเก้าอี้และโซฟาวางทิ้งไว้ที่ข้างถนน คนที่นี่เค้าโละของกันง่ายๆอย่างงี้เลย เป็นเรื่องธรรมดามาก ก็แล้วแต่ว่าวันไหนใครจะพกดวงไปเจออะไร คว้าได้ก็คว้าเอา ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อน เราก็เลยจัดการยกมาไว้ที่ห้องทำงาน ก็เลยได้มุมน่ารักๆอย่างที่เห็น ดูไปดูมาก็รู้สึกว่าเหมือนบ้านน้อยๆยังไงบอกไม่ถูก แต่อยู่ไปๆของก็จะเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ ความจริงแต่ก่อนเรามีชั้นวางของอยู่อีกอัน แต่ยกให้เพื่อนไป ตอนนี้ก็เริ่มเสียดายอยู่นิดหน่อย แต่มันหน้าตาไม่สวยเห็นแล้วรกหูรกตา แบบนี้ก็ไม่รู้ว่าfuncionหรือ ความงามอันไหนสำคัญกว่ากัน หึหึ แต่เอาล่ะ ถือว่าได้ห้องทำงานที่ชอบๆแล้วก็จะเริ่มลงมือทำอะไรมากๆขึ้นในเดือนที่สามนี้แล้วนะ หวังว่าถ้าได้บ้านใหม่ดีๆ แล้วได้แชร์กับเพื่อนทีโรงเรียนหรือเพื่อนร่วมบ้านตอนนี้ก็คงจะดี ชีวิตที่เลือกได้....
10 26 07